ความเป็นมา

จากการคาดการณ์ของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association : IATA) อุตสาหกรรมการบินของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะมีศักยภาพสูงมาก และจะเป็นตัวขับเคลื่อนของการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก โดยอัตราการเติบโตของการเดินทางทางอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะอยู่ในระดับสูงกว่าภูมิภาคอื่นๆ ในช่วงหลายปีข้างหน้า และภายในปี 2558 ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะมีจํานวนผู้โดยสาร คิดเป็นร้อยละ 37 ของจํานวนผู้โดยสารทั้งหมด หรือประมาณ 1.31 พันล้านคน ซึ่งในจํานวนนี้ 212 ล้านคนเป็นผู้โดยสารชาวจีน ในขณะที่จํานวนผู้โดยสารในแถบยุโรปและอเมริกาเหนือจะลดลงไปอยู่ที่ร้อยละ 29 เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณผู้โดยสารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในปี 2553 ซึ่งมีสัดส่วน 1 ใน 3 ของจํานวนผู้โดยสารทั้งหมด ขณะที่จํานวนผู้โดยสารในยุโรป และอเมริกาเหนือ อยู่ที่ร้อยละ 31

การคาดการณ์ของ บริษัท แอร์บัส ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเป็นผู้นําตลาดด้านการขนส่งทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดของโลก นําหน้าภูมิภาคอเมริกาและยุโรป โดยอัตราผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 ต่อปีเมื่อเทียบกับอัตราผู้โดยสารทั่วโลกซึ่งจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 4.8  บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด จึงได้ดำเนินการ จัดทำแผนเพิ่มประสิทธิภาพของวิถีการบินในเขตประชิดสนามบิน สอดคล้องกับแผนของ ICAO “Aviation System Block Upgrades (ASBUs) Block 0” โดยทำการบินลงแบบ Continuous Descent Operations (CDO) ตามเอกสาร ICAO Doc 9931 Continuous descent operations (CDO).















 

วัตถุประสงค์โครงการ แผนเพิ่มประสิทธิภาพของวิถีการบินในเขตประชิดสนามบิน (Continuous Descent Operations: CDO)

Safety: เกิดความปลอดภัย
Efficiency: เกิดประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง
Predictability: คาดการณ์ขั้นตอนการบินได้
Environmental Concern: ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
Reduced Communication: ลดการสื่อสารระหว่าง Controller กับ Pilot

ปัจจัยและเงื่อนไขของการปฏิบัติการบินลงแบบ CDO

1. Pilot ทำการร้องขอ/หรือ ATCO นำเสนอให้ปฏิบัติ
2. อากาศยานต้องติดตั้งระบบปฏิบัติการบินด้วย Flight Management System (FMS)
3. ภายใต้การให้บริการควบคุมจราจรทางอากาศด้วยระบบติดตามอากาศยาน (Under Surveillance Environment)
4. สภาพอากาศดี ตามเกณฑ์/ข้อกำหนดของ ICAO (Weather VMC)
5. สภาพปริมาณการจราจรเอื้ออำนวย (Traffic permit) และไม่สามารถปฏิบัติการบินลงแบบ CDO กรณี Special Operation
  VIP / เหตุฉุกเฉิน (Emergency) / บั้งไฟ (Fire Rocket)
 
ทั้งนี้ โครงการ CDO จึงเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกิจการบิน ที่เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้าน CSR-in-process ของ บวท. อย่างเป็นรูปธรรม