• ภาพประกอบ
  • ภาพประกอบ
  • ภาพประกอบ

ข้อมูลพื้นฐาน

การบริหารสภาพคล่องการจราจรทางอากาศ (Air Traffic Flow Management – ATFM) คือ กระบวนการบริหารจัดการปริมาณการจราจรทางอากาศ (Traffic Demand) ให้เหมาะสมกับขีดความสามารถในการรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศ (Capacity) ในพื้นที่รับผิดชอบของผู้ให้บริการจราจรทางอากาศ (ANSP) ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ภายในน่านฟ้า (Airspace Sector) หรือบริเวณท่าอากาศยาน (Airport) ซึ่งขีดความสามารถดังกล่าวก็ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ลักษณะกายภาพของน่านฟ้า / ท่าอากาศยาน ความสามารถของเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ และระบบสนับสนุน เป็นต้น

เป้าหมายหลักของกระบวนการ ATFM คือ การบริหารจัดการให้สภาพการจราจรทางอากาศภายในพื้นที่รับผิดชอบ มีความคล่องตัวและมีปริมาณที่เหมาะสม (Demand-Capacity Balancing) ไม่มากหรือน้อยเกินไป มีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์และเน้นความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการจราจรทางอากาศ ผู้ให้บริการท่าอากาศยาน และผู้ใช้บริการหรือสายการบิน

กระบวนการ ATFM สามารถทำได้ด้วยหลายวิธี ตามแต่กับความต้องการและความจำเป็นของสถานการณ์ เช่น
  • กระบวนการ ATFM เชิงยุทธศาสตร์ เช่น การปรับ Airport Slot ผ่านกระบวนการ Airport Slot Coordination หรือการลด / เพิ่มปริมาณเที่ยวบินพิเศษในช่วงเทศกาล;
  • กระบวนการ ATFM ล่วงหน้าก่อนปฏิบัติการ (Pre-Tactical) เช่น การกำหนดเวลาวิ่งขึ้น (Calculated Take-Off Time: CTOT หรือ Allocated Wheels-Up Time: AWUT) ประกอบกับกระบวนการควบคุมการวิ่งขึ้นของเที่ยวบิน (Ground Delay Program: GDP)
  • กระบวนการ ATFM ระหว่างปฏิบัติการ (Tactical) เช่น การจำกัดเพดานบิน (Level Capping) หรือการกำหนดระยะห่างระหว่างเที่ยวบิน (Miles-in-Trail) เป็นต้น

ซึ่งแต่ละกระบวนการก็มีความเหมาะสมแตกต่างกันไป และจำเป็นต้องมีการวางแผนล่วงหน้าร่วมกันระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการวางแนวปฏิบัติที่เหมาะสม
 

ประโยชน์ของกระบวนการ ATFM

ประโยชน์ของกระบวนการ ATFM ที่เหมาะสม ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือประโยชน์ต่อระบบปฏิบัติการจราจรทางอากาศและประโยชน์ต่อสังคมและผู้ใช้บริการจราจรทางอากาศ 

ประโยชน์ต่อระบบปฏิบัติการจราจรทางอากาศ

  • เพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบบริหารจราจรทางอากาศ (Air Traffic Management: ATM System)
  • เพิ่มความชัดเจนในการปฏิบัติการ (Situational Awareness) และความสามารถในการคาดการณ์และวางแผนปฏิบัติการล่วงหน้า (Predictability) ให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารขีดความสามารถในการรองรับปริมาณจราจรทางอากาศ (Capacity) และช่วยให้สามารถใช้ Capacity ที่มีอยู่ได้อย่างเต็มที่
  • ลดค่าใช้จ่ายและปริมาณการเผาผลาญเชื้อเพลิงจากความสามารถในวางแผนรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ ล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เพิ่มความสามารถของระบบบริหารจราจรทางอากาศในการรับมือกับสถานการณ์ไม่ปกติหรือสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ เพื่อให้การจราจรทางอากาศสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่ติดขัด


ประโยชน์ต่อสังคมและผู้ใช้บริการจราจรทางอากาศ

  • เพิ่มคุณภาพการจราจรทางอากาศ
  • เพิ่มหรือรักษาระดับประสิทธิภาพการให้บริการจราจรทางอากาศ ทำให้สามารถรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ ซึ่งช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
  • ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • ลดผลกระทบของสถานการณ์ไม่ปกติหรือสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีต่อการจราจรทางอากาศ ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้บริการจราจรทางอากาศได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการ ATFM สามารถหาได้จาก ICAO Manual on Collaborative Air Traffic Flow Management (ICAO Doc 9971)

บทบาทของบริษัทฯ กับกระบวนการ ATFM ระหว่างประเทศ

บวท. มีบทบาทสำคัญกับกระบวนการ ATFM ระหว่างประเทศอยู่ 2 โครงการสำคัญ ประกอบด้วย 1. การให้บริการระบบ Bay of Bengal Cooperative ATFM System (BOBCAT) และ 2. โครงการ Distributed Multi-Nodal ATFM Operational Trial ซึ่งทั้ง 2 ส่วนทำให้ บวท. เป็นหนึ่งในหน่วยงานผู้นำด้าน ATFM ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก


การให้บริการระบบ Bay of Bengal Cooperative ATFM System (BOBCAT)

น่านฟ้าเหนือประเทศอัฟกานิสถาน (Kabul FIR) เป็นน่านฟ้าสำคัญที่เป็นทางผ่านของเที่ยวบินที่ทำการบินระหว่างภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกกับทวีปยุโรป แต่ด้วยขีดจำกัดทางกายภาพ ความมั่นคง ระบบเครื่องช่วยการเดินอากาศและระบบติดตามอากาศยาน และความสามารถในการให้บริการจราจรทางอากาศ ทำให้ Kabul FIR เป็นน่านฟ้าที่มีปริมาณจราจรทางอากาศหนาแน่น มีจำนวนเส้นทางบินและเพดานบินที่สามารถใช้ได้จำกัด บวท. ได้รับมอบหมายจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ให้พัฒนาระบบสนับสนุนและกระบวนการ ATFM เพื่อช่วยลดผลกระทบจากข้อจำกัดดังกล่าว ซึ่งคณะทำงานของ บวท. ร่วมกับ ICAO Asia-Pacific ATFM Task Force ได้ดำเนินการพัฒนาระบบและกระบวนการ Bay of Bengal Cooperative ATFM System (BOBCAT) ขึ้นมาให้บริการอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา
ระบบ BOBCAT เป็นระบบที่คำนวณ Allocated Wheels-Up Time (AWUT) ให้กับเที่ยวบินที่ทำการบินจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก มีจุดหมายปลายทางภายในทวีปยุโรป และจำเป็นต้องบินผ่าน Kabul FIR โดยระบบจะคำนวณเวลา AWUT ให้กับเที่ยวบินทั้งหมด เพื่อให้เมื่อเที่ยวบินทำการบินไปถึง Kabul FIR แล้ว สามารถบินด้วยเพดานบินที่ต้องการและไม่ประสบปัญหาความคับคั่งของน่านฟ้า ทำให้สามารถปฏิบัติการบินได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ช่วยลดปริมาณการเผาผลาญเชื้อเพลิงในการบินได้กว่า 110 ล้านกิโลกัรม และลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับสายการบินได้กว่า 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4 พันล้านบาท) จึงเป็นระบบที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับวงการการบินได้อย่างชัดเจน และได้รับการยอมรับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วโลก


โครงการ Distributed Multi-Nodal ATFM Operational Trial

ในปัจจุบัน ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกนับว่าเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตของการจราจรทางอากาศสูงสุดของโลก มีการคาดการณ์ว่า ภายในระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า กว่า 46 เปอร์เซ็นต์ (46%) ของผู้ใช้บริการจราจรทางอากาศจะทำการบินอยู่ภายในภูมิภาคนี้  ด้วยปริมาณการเติบโตของการจราจรทางอากาศอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วนี้ ระบบและกระบวนการ ATFM โดยเฉพาะที่สามารถประยุกต์ใช้กับเที่ยวบินระหว่างประเทศภายในภูมิภาค (Regional Flights) ที่มีระยะเวลาบินสั้นได้นั้น จึงนับว่ามีความสำคัญต่อภูมิภาคอย่างยิ่ง หน่วยงานผู้ให้บริการจราจรทางอากาศหลายหน่วยงานภายในภูมิภาค เช่น บวท., Civil Aviation Authority of Singapore (CAAS), Civil Aviation Administration of China – Air Traffic Management Bureau (CAAC ATMB), Hong Kong Department of Civil Aviation (HKCAD) และหน่วยงานระหว่างประเทศ ประกอบด้วย IATA, ICAO และ CANSO จึงร่วมกันพัฒนาแนวคิดกระบวนการ ATFM ระหว่างประเทศที่มีความเหมาะสมกับสภาพทางกายภาพ สังคม และการเมืองของภูมิภาค โดยเป็นแนวคิดที่ให้อิสระและความรับผิดชอบในการบริหารสภาพคล่องการจราจรทางอากาศกับหน่วยงานผู้ให้บริการจราจรทางอากาศของแต่ละประเทศภายใต้กฏเกณฑ์และมาตรฐานเดียวกัน และมีความเชื่อมโยงถึงกันผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ มีชื่อของแนวคิดว่า Distributed Multi-Nodal ATFM Network Concept
แนวคิดนี้ได้รับการยอมรับจากรัฐภาคีภายในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกให้เป็นแนวทางพื้นฐานของกระบวนการ ATFM สำหรับภูมิภาค ซึ่ง บวท. ร่วมกับหน่วยงานหลักที่กล่าวถึงข้างต้น จึงได้มีการดำเนินการทดลองเชิงปฏิบัติการเพื่อนำไปสู่การวางระบบกระบวนการ (Implementation) ต่อไป ภายใต้โครงการ Distributed Multi-Nodal ATFM Operational Trial ซึ่งมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบกันมาตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา และมีผลการดำเนินการอยา่งเป็นระบบตั้งแต่ช่วงเดือน มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา และมีผลการดำเนินการเป็นที่ประจักต์ โดยเฉพาะในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ และเพิ่มความปลอดภัยในการจราจรทางอากาศระหว่างสถานการณ์พิเศษต่าง ๆ ตลอดมา

สำหรับโครงการนี้ บวท. มีบทบาทในฐานะหนึ่งใน ANSP หลักของโครงการ และมีผู้แทนอยู่ในคณะทำงานหลัก (Project Core Team) ทำหน้าที่ผลักดันและขับเคลื่อนโครงการมาตั้งแต่เริ่มต้น เป็นอีกบทบาทหนึ่งของ บวท. ในการเป็นผู้นำด้าน ATFM ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก