คลื่นความถี่วิทยุในการควบคุมการจราจรทางอากาศ

สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศหรือ ITU (International Telecommunication Union) ได้กำหนดย่านความถี่สากลใช้เพื่อกิจการควบคุมจราจรทางอากาศ เหมือนกันทุกประเทศทั่วโลกภายใต้การเสนอแนะขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ที่ย่านความถี่ 118-137 MHz

คลื่นความถี่วิทยุที่ใช้ใน ระบบ/อุปกรณ์ ของบริษัทฯ

ระบบติดตามอากาศยาน
Primary Surveillance (PSR) 1260-1400 MHz และ 2700-3300 MHz
Secondary Surveillance (SSR) 1030 MHz และ 1090 MHz
Advanced Surface Movement Radar 9000 - 9500 MHz

ระบบเครื่องช่วยการเดินอากาศ
Non-Directional Beacon (NDB) และ Compass Locator (COM.LO) 130 - 535 MHz
Very High Frequency OMNI- Directional Range (VOR) 108 - 117.975 MHz
Distance Measuring Equipment (DME) 960 - 1215 MHz
Instrument Landing System (ILS)Localizer
Glide Slope
Marker
108 -117.975 MHz
328.6 - 335.4 MHz
74.8 - 75.2 MHz

ระบบสื่อสารการบิน
วิทยุสื่อสาร ย่าน VHF 117.975- 137 MHz
วิทยุสื่อสาร ย่าน UHF 225- 400 MHz

อุปกรณ์วิทยุสื่อสาร บริเวณท่าอากาศยาน
Air- Ground 117.975-137 MHz
Ground - Ground 150 - 170 MHz และ ย่าน 400 MHz
Trunked Radio System ย่าน 800 MHz

บริการสื่อสารการบินด้วยข้อมูล
สื่อสารการบินด้วยข้อมูล ย่าน HF 2850-22000 KHz
สื่อสารการบินด้วยข้อมูล ย่าน VHF 117.975 - 137 MHz

ปัญหาคลื่นความถี่วิทยุในการควบคุมจราจรทางอากาศถูกรบกวน

คลื่นความถี่วิทยุที่ใช้ในการควบคุมจราจรทางอากาศอยู่ในย่านความถี่ 118-137 MHz ซึ่งเป็นคลื่นที่ตรงกับความถี่ของคลื่นวิทยุ AM


คลื่นวิทยุ AM เป็นการรวมกันระหว่างสัญญาณเสียงกับคลื่นพาหะ ทำให้เกิดคลื่นวิทยุที่มีการเปลี่ยนแปลงขนาดของสัญญาณที่ส่งออกอากาศ;ตามสัญญาณเสียง โดยความถี่ของคลื่นพาหะยังคงที่ ซึ่งแตกต่างจากคลื่นวิทยุ FM ที่ลักษณะของคลื่นวิทยุจะมีการเปลี่ยนแปลงทางความถี่ตามสัญญาณเสียง ขณะที่ขนาดของสัญญาณที่ส่งออกอากาศไม่มีการเปลี่ยนแปลง



คลื่นวิทยุ AM



คลื่นวิทยุ FM

การรบกวนคลื่นวิทยุ AM เกิดขึ้นได้อย่างไร

  1. เหตุรบกวนจาก AM Noise
    หากความถี่ของคลื่นวิทยุ FM ตรงกับความถี่ของคลื่นวิทยุ AM จะเกิดการรบกวนขึ้น แต่จะสามารถรับฟังเป็นเสียงออกมาได้ชัดเจนเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับความแรงของสัญญาณที่เรียกว่า AM Noise ซึ่งถูกส่งออกอากาศมาพร้อมกับคลื่นวิทยุ FM ที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้สัญญาณวิทยุ FM มีลักษณะคล้ายกับคลื่นวิทยุ AM จึงเป็นเหตุให้เครื่องรับวิทยุ AM สามารถรับฟังเป็นเสียงได้
  2. เหตุการรบกวนจาก Intermodulation
    เมื่อคลื่นวิทยุ ตั้งแต่ 2 คลื่นขึ้น ถูกรับได้พร้อมกันในอากาศ จะทำให้เกิดคลื่นความถี่ใหม่ หากความถี่นั้นตรงกับความถี่ที่ใช้ ใน;การควบคุมจราจรทางอากาศก็จะเกิดการรบกวนขึ้นเช่นสถานี A ความถี่ที่ 1 (91 MHz) สถานี B ความถี่ที่ 2 (105.75 MHz) จะเกิด Intermodulation Products เป็นความถี่ใหม่ คือ ความถี่ที่ 3 = 2x91.00-105.75 = 76.25 MHz และความถี่ที่ 4 = 2x105.75 – 91.00 = 120.500 MHz ซึ่งจะรบกวน Area Control Sector 1 ของวิทยุการบิน




  3. เหตุรบกวนจากย่านความถี่ของคลื่น FM
    ปกติเครื่องส่ง FM จะต้องไม่ส่งสัญญาณแปลกปลอม (Spurious Emission) ออกมา โดยคลื่นความถี่จะอยู่ในย่าน 88 –108 MHz แต่เมื่อเครื่องส่งหรือระบบสายอากาศของสถานีวิทยุ FM ไม่ได้มาตรฐานจะทำให้ส่งคลื่นแปลกปลอมออกมานอกย่านที่กำหนด หากความถี่นั้นตรงกับย่าน 118 –137 MHz ก็จะเกิดการรบกวนขึ้นที่เครื่องรับ AM ในกิจการบินทันที

ลักษณะการรบกวนเครื่องบิน

เมื่อสถานีวิทยุ FM ออกอากาศ เครื่องรับวิทยุภาคพื้นดินจะรับสัญญาณ ได้ไกลสุดประมาณ 22 กม. หากส่งคลื่นแปลกปลอมออกมาด้วยจะไม่รบกวนสถานีภาคพื้นดินของบริษัทวิทยุการบิน แต่ จะรบกวนเครื่องบินบนอากาศเนื่องจากคลื่นสามารถเดินทางได้ตามระยะ Line of Sight (LOS)

ร่วมด้วยช่วยกัน

เครื่องส่ง และระบบสายอากาศของสถานีวิทยุชุมชนทุกแห่งที่ออกอากาศในปัจจุบันควรปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัด เครื่องส่งควรกำลังส่ง 30 วัตต์ เสาอากาศสูง 30 เมตร และรัศมีครอบคลุม 15 กิโลเมตร เพื่อมิให้แพร่กระจายคลื่นแปลกปลอมออกมา รบกวน โดนเฉพาะอย่างยิ่งรัศมี 80 กิโลเมตร โดยรอบท่าอากาศยานกรุงเทพและท่าอากาศสุวรรณภูมิ

 

 

 

 

 

 
 
 
บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ได้รับการรับรองระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001 : 2008 วิทยุการบินแห่งประเทศไทย 102 ซอยงามดูพลี ทุ่งมหาเมฆ สาทร กรุงเทพฯ 10120
โทร : 0-2287-3531-41 แฟกซ์ : 0-2287-3131